อ่า..ไม่ได้อัพซะนานเลยนะคะ ช่วงนี้ใกล้สอบแล้ว เราไม่ค่อยว่างเลยบางคนตกใจเลยล่ะสิเจอลุคใหม่ของบล็อคข้าพเจ้าเข้าไป อิอิ ก็แค่คิดว่า ทำไมพอพูดถึงเรื่องเวทมนต์ ๆ ทีไร ใคร ๆ ก็นึก BG เป็นสีดำทุกที (แม้แต่เราเองก็ยังคิดเลย) เลยลองเปลี่ยนดูบ้าง ยังไงก็ติ ชม รูปลักษณ์ใหม่ด้วยนะคะ ถ้าไม่สะดวกอย่างไร จะเปลี่ยนกลับหรือจะเอาแบบอื่นอีกก็ได้ ^^
อ้าว..(ดูนาฬิกา) พร่ำมาซะนาน ไปเข้าเนื้อความกันดีกว่าเนอะ
.....................................................................................................
ยุโรป
ในยุโรปเรื่องของการใช้เวทมนต์ยังคงอยู่ทั่วไปตามแหล่งต่าง ๆ ซึ่งความเชื่อเหล่านี้ก็พัฒนามาจากเรื่องเล่า นิทานพื้นบ้าน ตำนานเทพเจ้านอร์ส ที่มีโอดินเป็นเทพสูงสุด เป็นเจ้าแห่งเวทมนต์
เรื่องราวตำนานนอร์สกลายเป็นเรื่องสนุกสนานเป็นเรื่องที่นักเรียน นักศึกษาได้เรียนรู้กัน (หมายถึงในยุโรปเพราะในไทยนั้นไม่มีการเรียนการสอนเรื่องเทพตำนานในแบบเรียนสามัญ)
ซึ่งส่งผลให้เรื่องเดอะ ลอร์ด ออฟ เดอะ ริง มีตำนานนอร์สผสมอยู่อย่างกลมกลืน หรือ แม้แต่นาร์เนีย ภาพฉากมหาสงครามระหว่างฝ่ายดีและร้าย ก็ยืมมาใช้จากสงคราม แรกนาร็อค เป็นชื่อของมหาสงครามในตำนานนอร์ส ซึ่งบัดนี้กลายเป็นชื่อเกมส์ออนไลน์ของเกาหลีที่เด็ก ๆ บ้านเราติดกันงอมแงมทั้ง ๆ ที่ไม่รู้ว่ามีที่มาที่ไปจากแหล่งใด (เราเองก็เคยเล่น ชื่อเซิฟเวอร์เกมส์นั้นต่างก็เป็นชื่อเทพ เช่นโอดิน )
การมีอิทธิพลทางการเมืองส่งผลให้ผู้นำหลายคนในยุโรปใช้เรื่องพ่อมดแม่มดเป็นเรื่องกำจัดศัตรูทางการเมือง มีหลายคนถูกเผาทั้งเป็นในข้อหาเป็นแม่มด
ในพจนานุกรมภาษาไทย ได้ให้ความหมายคำว่า witch-hunt หมายถึงการประหัตประหารศัตรูการเมือง อย่างการปราบปรามแม่มดในสมัยก่อน
ฌอง ออฟ อาค หญิงสาวผู้นำกองทัพฝรั่งเศสปลดแอกประเทศจากอังกฤษก็ถูกกล่าวหาว่าเป็นแม่มดเช่นเดียวกัน แต่อีก 500 ปีต่อมา เธอถูกยกย่องให้เป็นนักบุญผู้พลีชีพ หรือที่เรารู้จักกันในชื่อว่า เซนต์
กษัตริย์เจมส์ที่ 1 แห่งอังกฤษ เป็นผู้หนึ่งที่สนับสนุนการล่าแม่มด และได้แปลพระคัมภีร์ที่มีชื่อเสียงอีกฉบับหนึ่ง คือฉบับ King James Version ในปี 1611 (ชื่อซะ - -)
"Thur shalt not suffer a witch to live"
สำหรับหญิงแม่มด เจ้าอย่าให้รอดชีวิตอยู่เลย
(คัดลอกจากหนังสืออพยพ บทที่ 22 ข้อที่ 18)
"A man also or woman that hath a familiar spirit, or that is a wizard, shall surely be put to death : they shall stone them with stones : their blood shall be upon them."
ชายหรือหญิงคนใดที่เป็นคนทรงหรือพ่อมดแม่มด จงฆ่าเสีย จงเอาหินขว้างให้ตาย ให้โลหิตของผู้นั้นตกอยู่บนผู้นั้นเอง (โหดร้ายง่า..)
(คัดลอกจาหนังสือเลวีนิติ บทที่ 20 ข้อที่ 27)
บันทึกจากพระคัมภีร์เดิมที่ฉบับคิงเจมส์ฉบับเดียวเจาะจงใช้คำว่า witch และ wizard แทนที่จะคำว่า sorceress หรือ sorcerer เหมือนพระคัมภีร์แปลฉบับอื่น ๆ มีผลทำให้หลายคนถูกทรมานและให้ยอมรับสารภาพว่าเป็นพ่อมดแม่มดตามคำกล่าวหา ซึ่งหลายคนยอมรับสารภาพเพราะทนการทรมานไม่ไหว สุดท้ายทุกคนที่สารภาพก็ต้องถูกแขวนคอ หรือ เผาทั้งเป็น ซึ่งนั่นก็ดีกว่าการทรมาน ที่น่าแปลกใจกว่าก็คือ ถ้าพวกนี้เป็นพ่อมดแม่มดจริง ๆ ทำไมไม่ใช้เวทมนต์ที่มีอยู่ต่อสู้ หรือหลบหนี (อันนี้เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเวทมนต์ใช้แบบนั้น - -)
นักประวัติศาสตร์จึงเชื่อกันว่านี่คือวิธีของนักการเมืองในยุคนั้น ในดินแดนอาณาจักรสยามบ้านเราก็ยังใช้วิธีแบบนั้นเช่นกัน ในบันทึกของ
มิชชั่นนารีท่านหนึ่งได้บันทึกเรื่องราวในทำนองนี้
ถึงอย่างไรก็ตาม ผู้เชื่อในเวทมนต์คาถาในยุโรปได้เฟื่องฟูอีกครั้ง และ แผ่อิทธิพลไปทั่วโลก ซึ่งแท้จริงแล้วเรื่องราวของเวทมนต์มีอยู่ทั้วไปทุกภูมิภาคของโลก แต่การเรียกนั้นแตกต่างกันไปไม่ว่าจะเป็น
"ชามาน(ชาแมน)(shaman)"พ่อมดหรือหมอผีอินเดียแดงแห่งดินแดนแถบอเมริกาเหนือ และเอเชียตอนเหนือ
"วูดู(Voodoo)" ในแถบอเมริกากลาง
"วีดา (Veda)" เป็นความเชื่อของชาวฮินดูโบราณ
"วู(Wu)" พ่อมดหมอผีของชาวจีน
"ดรูอิด(Druid)" พ่อมดของพวกเซลติก (Celtic)[พวกดรูอิดยุคใหม่ยังทำพิธีโบราณที่สโตนเฮนจ์ ประเทศอังกฤษ]
และ "วิคคา(Wicca)"ในประเทศอังกฤษ (d- -b)
จบของยุโรปค่ะมีแค่นี้ ต่อไปเป็นอเมริกาค่ะ
edit @ 2006/08/17 20:11:42