อียิปต์
เมื่อเอ่ยชื่อดินแดนนี้ นร.ตามห้องเรียนก็ยกมือ ปีรามิด รองมาก็สฟิงค์ มัมมี่ สมบัติล้ำค่า...ไม่จบไม่สิ้น ดินแดนนี้มีชื่อเสียงมากทางด้านเวทมนต์มากกว่าดินแดนใด ๆ ในอดีตกาล มีเรื่องราวถูกเล่ามามากมาย (บางคนเริ่มเซง เกริ่นนานอีกแล้ว) การดำรงชีวิตเกี่ยวข้องกับแม่น้ำไนล์เป็นส่วนใหญ่ ทำให้เทพเจ้าต่าง ๆ ของอียิปต์มีหน้าตาบุคลิคเป็นสัตว์ประจำถิ่น แต่เทพสูงสุดก็เกี่ยวกับดาวบนท้องฟ้าแบบเดียวกับซูเมเรียนอยู่ดี
เทพ รา คือเทพสูงสุดของอียิปต์ มีวาจาสิทธิ์ในการสร้างสรรพสิ่ง เช่นเดียวกับพระเจ้าของยิวนั่นเอง
เมื่อเทพราตรัสว่า ข้าคือ เคปารา ในยามรุ่งอรุณ คือ รา ในยามเที่ยงวัน และคือ ตุม ในยามเย็น และปรากฏเป็นดวงอาทิตย์ขึ้นสู่ท้องฟ้าจากทิศตะวันออก และหายไปในทิศตะวันตกในวันแรกของการกำเนิดโลก
เมื่อเอ่ยนาม ชู สายลมก็พัด
กล่าวคำว่า เตฟนุด ฝนก็ตกลงมา
และคำว่า เกบ แผ่นดินโลกก็เกิดขึ้น
นุต กลายเป็นท้องฟ้า
ฮาปิ กลายเป็นแม่น้ำ (ไนล์นั่นแหละ)
เทพรากล่าวคำใดสิ่งนั้นก็เกิดขึ้นบนโลก คำตรัสสุดท้ายคือ ชาย และหญิง จึงกำเนิดเป็นประชาชนอียิปต์ แล้วเทพราก็กลายร่างเป็นมนุษย์ลงมาปกครองอียิปต์นับพันปี ถือว่าเป็นฟาโรห์องค์แรก
ดังนั้นสัญลักษณ์ดวงอาทิตย์จึงพบเห็นบ่อย ๆ ในรูปสลัก หรือภาพวาดของอียิปต์ เรื่องเวทมนต์คาถานั้น หากสังเกตจากเรื่องนี้ก็พอจะให้เราคลำทางได้บ้างว่า คาถาอาคมต่าง ๆ ก็เกิดจากการพูดนี่เอง... การท่องคำเดิมซ้ำ ๆ เป็นการเพิ่มพลังสมาธิให้แก่ผู้ท่องบ่น (- -?) จนเมื่อคน ๆ นั้นกล่าวสิ่งใดสิ่งนั้นก็เกิดขึ้น
ฟาโรห์แห่งอียิปต์มักจะมีไม้เท้าหรือคทาที่ใช้ประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อ และการเรียนรู้เวทมนต์เป็นเรื่องปรกติที่เจ้าชาย เจ้าหญิง และนักบวชชั้นสูงต้องกระทำกัน
โมเลส เป็นบุคคลหนึ่งของประวัติศาสตร์ที่ถูกกล่าวอ้างถึงบ่อย ๆ เรื่องราวของเขามีมากมายทั้งแบบการ์ตูน ภาพยนตร์ กล่าวว่า เขาใช้อำนาจพิเศษจากพระผู้สร้างสูงสุดเรียกร้องให้ฟาโรห์ปลดปล่อยทาสชาวฮีบรูออกจากอียิปต์ การประลองเวทจึงเกิดขึ้น และสุดท้าย ฝ่ายอียิปต์ก็พ่ายแพ้ไปอย่างสิ้นเชิงทั้ง ๆ ที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าแห่งเวทมนต์
บันทึกโบราณได้กล่าวว่า
...ต่อมาในเวลาเที่ยงคืน พระเยโฮวาห์ทรงประหารบุตรหัวปีทุกคนในประเทศอียิปต์ ตั้งแต่พระราชบุตรหัวปีของฟาโรห์ผู้ประทับนพระที่นั่ง จนถึงบุตรหัวปีของเชลยที่อยู่ในคุกใต้ดิน ทั้งลูกหัวปีของสัตว์เลี้ยงทุกตัว ฟาโรห์กับข้าราชการ และชาวอียิปต์ทั้งปวงตื่นขึ้นในตอนกลางคืน มีเสียงร้องไห้คร่ำครวญดังทั่วทั้งอียิปต์ เนื่อยด้วยไม่มีบ้านใดเลยที่ไม่มีคนตาย
ฟาโรห์จึงตรัสเรียกโมเลสกับอาโรนให้มาเฝ้าในคืนวันนั้น ตรัสว่า
เจ้าทั้งสองกับทั้งชนชาติอิสราเอลจงยกออกไปจากประชาชนของเราเถิด ไปปรนนิบัติพระเยโฮวาห์ตามที่ได้พูดไว้นั้น เอาฝูงแพะแกะลูงวัวของเจ้าไปด้วยตามที่เจ้าได้พูดไว้แล้ว ไปและอวยพรให้เราด้วย
ฝ่ายชาวอียิปต์ก็เร่งรัดให้พลไพร่นั้นออกจากประเทศโดยเร็ว เพราะเขาพูดว่า พวกเราตายกันหมดแล้ว พลไพร่นั้นเอาก้อนแป้งดิบที่ยังมิได้ใส่เชื้อกับอ่างขยำแป้ง ห่อผ้าใส่บ่าแบกไป ชนชาติอิสราเอลกระทำตามคำสั่งของโมเลสคือ ขอเครื่องเงิน เครื่องทอง และเครื่องนุ่งห่มของชาวอียิปต์ และพระเยโฮวาห์ทรงบันดาลให้พลไพร่นั้นเป็นที่โปรดปรานในสายตาของชาวอียิปต์ เขาจึงให้สิ่งของทั้งปวงตามที่ขอ เขาจึงได้ริบเอาสิ่งของต่าง ๆ ของชาวอียิปต์เสีย
(คัดลอกจากหนังสืออพยพ บทที่ 12 ข้อที่ 29-36)
เรื่องราวของโมเลสยังมีอีกมาก แต่จะกล่าวถึงเรื่องที่อยู่นอกเหนือจากบันทึกที่มีอยู่ในคัมภีร์ไบเบิ้ล นั่นคือ คาบาลา หรือสัญลักษณ์ของการเดินทางของดวงดาว หรือต้นไม้แห่งชีวิต ประกอบด้วยพระนามของพระเจ้า ชาวยิวเชื่อกันว่า โมเลสรู้ความลับเกี่ยวกับคาบาลา เมื่อโมเลสไปพยกับพระเจ้าบนยอดเขาซีนาย และหากใครได้เรียนรู้วิชานี้ก็จะสามารถสะกดวิญญาณอันชั่วร้ายหรือภูตผีปีศาจได้ มีชาวยิวหลายคนศึกษาวิชานี้และใช้หากินกับการขับไล่ภูตผีจนเป็นอาชีพประจำเลยก็ว่าได้ จะเห็นได้ว่า นี่เป็นเรื่องประติที่ชาวยิวทำกัน แม้ในปัจจุบันก็ยังมีผู้สนใจเรียนรู้คาบาลาอยู่ บางครั้งก็ปรากฏในรูปแบบของครอป เซอร์เคิลด้วย คือสัญลักษณ์ที่เกิดขึ้นในทุ่งนา เชื่อกันว่ามนุษย์ต่างดาวเป็นผู้กระทำขึ้นมา (ก็นี่แหละที่เขาเอาไปทำเรื่อง Sign สัญญาณมรณะ ที่เป็นหนังโรง ที่เป็นรูปบนไร่ข้าวโพดอ่ะ)
เดี๋ยวจะเลยไปไกล(เพิ่งรุตัวหรอ - -) กลัยมาที่อียิปต์ต่อ อาณาจักรนี้ยังคงดำรงอยู่ต่อมาจรถึงสมัยกรีกเรืองอำนาจ และราชวงศ์สุดท้ายที่ปกครองอียิปต์ก็หาใช่ชาวอียปิต์ไม่ แต่เป็นชาวกรีก นั่นคือ ราชวงศ์ ปโตเลมี โดยมีพระนาง คลีโอพัตราที่ 7 ที่สร้างชื่อเสียงจนชาวโลกรู้จัก และให้ความสนใจ
จบแล้วค่ะ อียิปต์ ต่อไปจะเป็น กรีก และโรมัน
edit @ 2006/06/24 20:32:03
เมื่อเอ่ยชื่อดินแดนนี้ นร.ตามห้องเรียนก็ยกมือ ปีรามิด รองมาก็สฟิงค์ มัมมี่ สมบัติล้ำค่า...ไม่จบไม่สิ้น ดินแดนนี้มีชื่อเสียงมากทางด้านเวทมนต์มากกว่าดินแดนใด ๆ ในอดีตกาล มีเรื่องราวถูกเล่ามามากมาย (บางคนเริ่มเซง เกริ่นนานอีกแล้ว) การดำรงชีวิตเกี่ยวข้องกับแม่น้ำไนล์เป็นส่วนใหญ่ ทำให้เทพเจ้าต่าง ๆ ของอียิปต์มีหน้าตาบุคลิคเป็นสัตว์ประจำถิ่น แต่เทพสูงสุดก็เกี่ยวกับดาวบนท้องฟ้าแบบเดียวกับซูเมเรียนอยู่ดี
เทพ รา คือเทพสูงสุดของอียิปต์ มีวาจาสิทธิ์ในการสร้างสรรพสิ่ง เช่นเดียวกับพระเจ้าของยิวนั่นเอง
เมื่อเทพราตรัสว่า ข้าคือ เคปารา ในยามรุ่งอรุณ คือ รา ในยามเที่ยงวัน และคือ ตุม ในยามเย็น และปรากฏเป็นดวงอาทิตย์ขึ้นสู่ท้องฟ้าจากทิศตะวันออก และหายไปในทิศตะวันตกในวันแรกของการกำเนิดโลก
เมื่อเอ่ยนาม ชู สายลมก็พัด
กล่าวคำว่า เตฟนุด ฝนก็ตกลงมา
และคำว่า เกบ แผ่นดินโลกก็เกิดขึ้น
นุต กลายเป็นท้องฟ้า
ฮาปิ กลายเป็นแม่น้ำ (ไนล์นั่นแหละ)
เทพรากล่าวคำใดสิ่งนั้นก็เกิดขึ้นบนโลก คำตรัสสุดท้ายคือ ชาย และหญิง จึงกำเนิดเป็นประชาชนอียิปต์ แล้วเทพราก็กลายร่างเป็นมนุษย์ลงมาปกครองอียิปต์นับพันปี ถือว่าเป็นฟาโรห์องค์แรก
ดังนั้นสัญลักษณ์ดวงอาทิตย์จึงพบเห็นบ่อย ๆ ในรูปสลัก หรือภาพวาดของอียิปต์ เรื่องเวทมนต์คาถานั้น หากสังเกตจากเรื่องนี้ก็พอจะให้เราคลำทางได้บ้างว่า คาถาอาคมต่าง ๆ ก็เกิดจากการพูดนี่เอง... การท่องคำเดิมซ้ำ ๆ เป็นการเพิ่มพลังสมาธิให้แก่ผู้ท่องบ่น (- -?) จนเมื่อคน ๆ นั้นกล่าวสิ่งใดสิ่งนั้นก็เกิดขึ้น
ฟาโรห์แห่งอียิปต์มักจะมีไม้เท้าหรือคทาที่ใช้ประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อ และการเรียนรู้เวทมนต์เป็นเรื่องปรกติที่เจ้าชาย เจ้าหญิง และนักบวชชั้นสูงต้องกระทำกัน
โมเลส เป็นบุคคลหนึ่งของประวัติศาสตร์ที่ถูกกล่าวอ้างถึงบ่อย ๆ เรื่องราวของเขามีมากมายทั้งแบบการ์ตูน ภาพยนตร์ กล่าวว่า เขาใช้อำนาจพิเศษจากพระผู้สร้างสูงสุดเรียกร้องให้ฟาโรห์ปลดปล่อยทาสชาวฮีบรูออกจากอียิปต์ การประลองเวทจึงเกิดขึ้น และสุดท้าย ฝ่ายอียิปต์ก็พ่ายแพ้ไปอย่างสิ้นเชิงทั้ง ๆ ที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าแห่งเวทมนต์
บันทึกโบราณได้กล่าวว่า
...ต่อมาในเวลาเที่ยงคืน พระเยโฮวาห์ทรงประหารบุตรหัวปีทุกคนในประเทศอียิปต์ ตั้งแต่พระราชบุตรหัวปีของฟาโรห์ผู้ประทับนพระที่นั่ง จนถึงบุตรหัวปีของเชลยที่อยู่ในคุกใต้ดิน ทั้งลูกหัวปีของสัตว์เลี้ยงทุกตัว ฟาโรห์กับข้าราชการ และชาวอียิปต์ทั้งปวงตื่นขึ้นในตอนกลางคืน มีเสียงร้องไห้คร่ำครวญดังทั่วทั้งอียิปต์ เนื่อยด้วยไม่มีบ้านใดเลยที่ไม่มีคนตาย
ฟาโรห์จึงตรัสเรียกโมเลสกับอาโรนให้มาเฝ้าในคืนวันนั้น ตรัสว่า
เจ้าทั้งสองกับทั้งชนชาติอิสราเอลจงยกออกไปจากประชาชนของเราเถิด ไปปรนนิบัติพระเยโฮวาห์ตามที่ได้พูดไว้นั้น เอาฝูงแพะแกะลูงวัวของเจ้าไปด้วยตามที่เจ้าได้พูดไว้แล้ว ไปและอวยพรให้เราด้วย
ฝ่ายชาวอียิปต์ก็เร่งรัดให้พลไพร่นั้นออกจากประเทศโดยเร็ว เพราะเขาพูดว่า พวกเราตายกันหมดแล้ว พลไพร่นั้นเอาก้อนแป้งดิบที่ยังมิได้ใส่เชื้อกับอ่างขยำแป้ง ห่อผ้าใส่บ่าแบกไป ชนชาติอิสราเอลกระทำตามคำสั่งของโมเลสคือ ขอเครื่องเงิน เครื่องทอง และเครื่องนุ่งห่มของชาวอียิปต์ และพระเยโฮวาห์ทรงบันดาลให้พลไพร่นั้นเป็นที่โปรดปรานในสายตาของชาวอียิปต์ เขาจึงให้สิ่งของทั้งปวงตามที่ขอ เขาจึงได้ริบเอาสิ่งของต่าง ๆ ของชาวอียิปต์เสีย
(คัดลอกจากหนังสืออพยพ บทที่ 12 ข้อที่ 29-36)
เรื่องราวของโมเลสยังมีอีกมาก แต่จะกล่าวถึงเรื่องที่อยู่นอกเหนือจากบันทึกที่มีอยู่ในคัมภีร์ไบเบิ้ล นั่นคือ คาบาลา หรือสัญลักษณ์ของการเดินทางของดวงดาว หรือต้นไม้แห่งชีวิต ประกอบด้วยพระนามของพระเจ้า ชาวยิวเชื่อกันว่า โมเลสรู้ความลับเกี่ยวกับคาบาลา เมื่อโมเลสไปพยกับพระเจ้าบนยอดเขาซีนาย และหากใครได้เรียนรู้วิชานี้ก็จะสามารถสะกดวิญญาณอันชั่วร้ายหรือภูตผีปีศาจได้ มีชาวยิวหลายคนศึกษาวิชานี้และใช้หากินกับการขับไล่ภูตผีจนเป็นอาชีพประจำเลยก็ว่าได้ จะเห็นได้ว่า นี่เป็นเรื่องประติที่ชาวยิวทำกัน แม้ในปัจจุบันก็ยังมีผู้สนใจเรียนรู้คาบาลาอยู่ บางครั้งก็ปรากฏในรูปแบบของครอป เซอร์เคิลด้วย คือสัญลักษณ์ที่เกิดขึ้นในทุ่งนา เชื่อกันว่ามนุษย์ต่างดาวเป็นผู้กระทำขึ้นมา (ก็นี่แหละที่เขาเอาไปทำเรื่อง Sign สัญญาณมรณะ ที่เป็นหนังโรง ที่เป็นรูปบนไร่ข้าวโพดอ่ะ)
เดี๋ยวจะเลยไปไกล(เพิ่งรุตัวหรอ - -) กลัยมาที่อียิปต์ต่อ อาณาจักรนี้ยังคงดำรงอยู่ต่อมาจรถึงสมัยกรีกเรืองอำนาจ และราชวงศ์สุดท้ายที่ปกครองอียิปต์ก็หาใช่ชาวอียปิต์ไม่ แต่เป็นชาวกรีก นั่นคือ ราชวงศ์ ปโตเลมี โดยมีพระนาง คลีโอพัตราที่ 7 ที่สร้างชื่อเสียงจนชาวโลกรู้จัก และให้ความสนใจ
จบแล้วค่ะ อียิปต์ ต่อไปจะเป็น กรีก และโรมัน
edit @ 2006/06/24 20:32:03